วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2555

การใช้ยา

ยา  หมายถึง วัตถุหรือสารที่ใช้สำหรับวิเคราะห์บำบัดบรรเทา รักษาหรือป้องกันความเจ็บป่วยของมนุษย์หรือสัตว์ตลอดถึงวัตถุที่มีผลต่อโครงสร้างของมนุษย์และสัตว์ด้วย



แบ่งยาเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ
            1. ยาใช้ภายใน  หมายถึง ยาที่ใช้รับประทานตัวหนังสือบนฉลากยา จะเป็นสีดำหรือน้ำเงิน


            2. ยาใช้ภายนอก  หมายถึง ยาที่รับประทานไม่ได้ตัวหนังสือบนฉลากจะเป็นสีแดงและมีข้อความว่าห้ามรับประทาน หรือ ใช้เฉพาะภายนอก


วิธีการใช้ยาที่ถูกต้อง
1. ใช้ยาให้ถูกคน
          - ควรใช้กับเจ้าของยาเท่านั้น
          - ไม่ควรใช้ยาร่วมกันเพราะยาที่ใช้อาจไม่ตรงกับโรคที่เป็นและอาจเกิดการแพ้ยาได้
2. ใช้ยาให้ถูกต้องตรงกับยา
          - ก่อนใช้ทุกครั้งต้องอ่านฉลากยาให้แน่ใจเสียก่อนว่าเป็นยาที่ต้องการใช้หรือไม่
          - อย่าใช้ยาจากการจำตัวอย่างยาหรือจำรูปร่างหรือใช้ยาจากการโฆษณา
          - ยาที่เก็บไว้นานจนสี กลิ่น และรสเปลี่ยนไป หรือยาที่หมดอายุ ห้ามนำไปใช้
3. ใช้ยาให้ถูกขนาด
          - รับประทานยาให้ถูกขนาด เช่น ครั้งละ 5 มิลลิลิตรหรือครั้งละ 1 เม็ด ตามที่กำหนดไว้บนฉลากยา
          - ถ้าลือรับประทานยาในมื้อหนึ่งมื้อใดก็ตามห้ามรับประทานยาเป็น 2 เท่า ในมื้อต่อไป เพราะอาจเป็นอันตรายเนื่องจากรับประทานยาเกินขนาดได้
4. ใช้ยาให้ถูกทาง/วิธี
          - ก่อนใช้ยาทุกครั้ง ต้องอ่านฉลากยาให้แน่ใจเสียก่อนว่าเป็นยาที่ใช้ ภายนอก หรือภายใน
          - ปฏิบัติตามคำสั่งการใช้ให้ถูกต้อง เช่น เขย่าขวดก่อนกิน,เคี้ยวก่อนกลืน
          - น้ำที่ใช้ในการรับประทานยา ควรใช้น้ำสะอาดธรรมดา ไม่ควรใช้เครื่องดื่มใดๆ เพราะอาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างยากับเครื่องดื่มได้
          - หลังจากใช้ยาภายนอก ควรล้างมือทุกครั้ง
5. ใช้ยาให้ถูกเวลา
          - รับประทานยาให้ถูกต้องตรงกับเวลาที่กำหนดไว้ในฉลากยา ดังนี้
            ก่อนอาหาร หมายถึง รับประทานยาก่อนรับประทานอาหารอย่างน้อยครึ่งชั่งโมง
            หลังอาหาร หมายถึง รับประทานยาหลังจากรับประทานอาหารแล้วประมาณ 15 นาที
            ก่อนนอน หมายถึง รับประทานยาหลังจากรับประทานอาหารแล้วประมาณ 4 ชั่วโมง

วิธีการดูว่ายาหมดอายุหรือไม่
          - สามารถทราบว่ายาผลิตวันใด จากคำว่า “Mfd.”ที่กำกับอยู่บนฉลากยา
          - ในกรณีที่ยามีกำหนดอายุ ก็สามารถดูได้จากคำว่า “Exp. Date” หรือ “Use. Before” ที่กำกับอยู่บนฉลากยาเช่นเดียวกัน
          - นอกจากนี้ยาใดที่ผลิตออกมาแล้ว เกิน 5 ปี ก็ไม่ควรนำมาใช้ เพราะจัดว่าเป็นยาที่เสื่อมสภาพแล้ว

ข้อควรระวัง
          - หลังจากการใช้ยาแล้ว ถ้ามีอาการผิดปกติหรืออาการแพ้ยาเกิดขึ้น เช่น เป็นผื่น คัน บวมตามผิวหนัง หรือคลื่นไส้ อาเจียน ให้หยุดยาทันทีถ้าไม่หายรีบปรึกษาแพทย์ พร้อมจำชื่อยาที่แพ้ด้วย
          - ควรเก็บยาให้พ้นมือเด็ก
          - ยาภายนอก ยาภายใน ควรเก็บแยกกัน
          - เก็บยาให้พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น
          - ควรระวังเป็นพิเศษสำหรับหญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร
          - ยาปฏิชีวนะหรือยาแก้อักเสบที่คนส่วนใหญ่เรียกกัน ควรรับประทานยาติดต่อกันจนครบตามแพทย์สั่ง
          - ไม่ควรซื้อยาใช้เองโดยไม่จำเป็น ถ้าต้องการซื้อยาให้ปรึกษาเภสัชกรรม

อ้างอิงจาก

http://info.pattaya.go.th/km/publichealth/DocLib24/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5.aspx

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น